16 จำนวนผู้เข้าชม |
จริงอยู่ที่ค่าน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน แต่ก็มีผู้ใช้งานรถหลายคนที่ยังคงละเลยการดูแลรถยนต์และขับรถไปทั้งๆ ที่รถมีปัญหา การปล่อยให้รถอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์เพียงนิดเดียว นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นแล้ว อาจทำให้คุณต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นนับหมื่นบาทต่อปี หรือหากร้ายแรงที่สุดอาจเสียค่าซ่อมมหาศาลในอนาคต บทความนี้เรามัดรวม 13 วิธีประหยัดน้ำมันรถยนต์ที่จะช่วยให้รถของคุณกลับมาวิ่งลื่นเหมือนใหม่ แถมยังประหยัดในทุกกิโลเมตรที่ขับอีกด้วย
การเอารถเข้าศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรตามระยะไม่ใช่เรื่องสิ้นเปลืองหรือเสียเวลาอย่างที่หลายคนคิด แต่คือการป้องกันแบบที่เรียกกันว่า "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" เพราะน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพจะมีความหนืดสูงและเต็มไปด้วยตะกอน ทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงเสียดทานมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนลูกสูบ ทำให้รถกินน้ำมันดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และในปัจจุบันการเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็กสภาพรถนั้นใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด คุณสามารถจองคิวนัดหมายล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันทีที่คุณสะดวก เมื่อถึงเวลาก็เพียงแค่ขับรถเข้าไปรับบริการได้เลยโดยไม่ต้องรอคิวนาน การสละเวลาเพียงเล็กน้อยแลกกับความมั่นใจว่าเครื่องยนต์จะกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ขับออกจากศูนย์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการปล่อยให้รถพังแล้วเสียค่าซ่อมมหาศาลในอนาคต
ไส้กรองอากาศที่สกปรกเปรียบเหมือนปอดที่อุดตัน ทำให้เครื่องยนต์หายใจเอาอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ยากขึ้น เมื่อรถมีอากาศไม่พอ ระบบคอมพิวเตอร์จะสั่งฉีดน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกำลังเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือน้ำมันจะลดลงทันตาเห็น การเข้าศูนย์เพื่อเป่าทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่ตามรอบ จะช่วยให้การจ่ายน้ำมันแม่นยำขึ้น แถมยังประหยัดน้ำมันทันทีที่สตาร์ทรถ
เบรกที่มีอาการเบรกติด หรือลูกสูบเบรกทำงานผิดปกติ จะสร้างแรงต้านตลอดเวลาขณะรถวิ่ง เหมือนคุณฝืนปั่นจักรยานทั้งที่ติดเบรกไว้ตลอดทาง นอกจากจะกินน้ำมันแล้วยังเสี่ยงต่ออาการเบรกแตกอีกด้วย การให้ช่างตรวจเช็กระบบเบรกและตั้งศูนย์ถ่วงล้อให้แม่นยำ จะช่วยลดแรงต้านที่ไม่จำเป็น ทำให้รถเคลื่อนที่ได้ไกลขึ้นในปริมาณน้ำมันที่เท่าเดิม
หัวเทียนที่เสื่อมสภาพหรือมีคราบเขม่าเกาะหนา จะทำให้การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ การทำงานของเครื่องยนต์จะสะดุดและต้องใช้แรงส่งน้ำมันมากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม การตรวจเช็กหัวเทียนให้สะอาดและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ จะช่วยให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย เดินเรียบ และใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รถยนต์รุ่นใหม่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์จำนวนมาก หากเซนเซอร์ตรวจวัดอากาศ หรือเซนเซอร์ไอเสียทำงานผิดปกติ อาจส่งข้อมูลคลาดเคลื่อนไปยังกล่องควบคุม ทำให้การจ่ายน้ำมันผิดเพี้ยนไป การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยในศูนย์บริการจะช่วยตรวจหาความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้แม่นยำ ช่วยตัดวงจรการกินน้ำมันโดยใช่เหตุได้ชะงัดครับ
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เพิ่มอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็นนั่นก็คือ ปัญหาลมยางอ่อนเกินไป หากลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้นจนเกิดแรงเสียดทานสูง ทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงขับเคลื่อนมากกว่าปกติ ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการเติมลมยางตามมาตรฐานที่คู่มือรถระบุ จะช่วยให้รถออกตัวเบาขึ้นและประหยัดน้ำมันได้มากถึง 3 - 5%
โดยปกติแล้ว ความเร็วที่ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 80 - 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเป็นช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดและมีแรงต้านอากาศน้อย แต่หากคุณกดคันเร่งจนความเร็วดีดตัวเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป รถจะเริ่มกินน้ำมันมากขึ้นเพราะเครื่องยนต์ต้องจ่ายเชื้อเพลิงมหาศาลเพื่อเอาชนะแรงต้านอากาศที่เพิ่มขึ้นตามความเร็วรถ
นอกจากนี้ การเหยียบคันเร่งสลับกับยกเท้าบ่อยๆ ยังเป็นตัวการหลักที่กินน้ำมันด้วยเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่คุณกดคันเร่งซ้ำๆ ระบบจะสั่งฉีดน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อเร่งเครื่องให้ได้ความเร็วตามเท้าสั่ง พอคุณยกเท้าหรือแตะเบรก พลังงานที่เพิ่งเร่งมาก็เสียเปล่าไปทันที ดังนั้นเราขอแนะนำใช้ระบบ Cruise Control เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการจ่ายน้ำมันให้นิ่งและละเอียดขึ้น ซึ่งจะช่วยรักษาความเร็วให้เสถียรที่สุดและลดการฉีดน้ำมันทิ้งโดยไม่จำเป็น
แม้คุณจะขับรถประหยัดน้ำมันแค่ไหน แต่หากต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดหรือขับหลงทาง ขับอ้อมไปมา ก็อาจสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ เราขอแนะนำให้คุณศึกษาเส้นทางผ่านแอปพลิเคชันนำทางเพื่อเช็กสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อหาเส้นทางที่ประหยัดทั้งน้ำมันและเวลาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ หากต้องทำธุระหลายๆ ที่ในวันเดียว แนะนำให้วางแผนเส้นทางแบบเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมหรือเส้นเดียว เพื่อลดระยะทางการวิ่งรถ ซึ่งจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดการเดินทาง
การบรรทุกของหนักเอาไว้ในรถยนต์จะทำให้เครื่องยนต์รับภาระหนักขึ้นทุกครั้งที่ออกตัวและเร่งแซง แนะนำให้ลองสำรวจท้ายรถแล้วลองดูว่ามีสิ่งของที่ไม่จำเป็นอยู่ไหม เพราะการลดน้ำหนักรถลงทุกๆ 50 กิโลกรัม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่ต้องหยุดและออกตัวบ่อยๆ
หากคุณไม่ได้เอารถเข้าศูนย์ตามระยะ อาจทำให้อุปกรณ์ภายในมีปัญหาง่าย เช่น ไส้กรองอากาศอุดตัน หัวเทียนเสื่อมสภาพ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และกินน้ำมันมากขึ้น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดจะช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ ส่วนการมองหา ร้านล้างแอร์รถยนต์ ที่ได้มาตรฐานเพื่อดูแลตู้แอร์ให้สะอาด ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่ถูกฉุดกำลังจากคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ทำงานหนักเกินไป ทำให้การจ่ายน้ำมันแม่นยำมากขึ้นครับ
หลายคนเข้าใจผิดว่าการสตาร์ทรถทิ้งไว้ประหยัดกว่าการดับแล้วสตาร์ทใหม่ แต่ในความเป็นจริง หากคุณต้องจอดรถรอนานเกิน 3-5 นาที เช่น รอรับคนหรือรถติดในจุดที่การจราจรไม่เคลื่อนตัวเลย การดับเครื่องยนต์จะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่า เพราะการเดินเครื่องเบาทิ้งไว้เฉยๆ ทำให้รถกินน้ำมันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้ระยะทางแม้แต่กิโลเมตรเดียว
นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่มักมีระบบ Auto Start-Stop ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสตาร์ทบ่อยๆ โดยไม่ทำลายเครื่องยนต์อยู่แล้ว หากคุณต้องจอดนานเกินไปแนะนำให้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะดีที่สุด
เนื่องจากระบบปรับอากาศในรถยนต์จะใช้พลังงานจากเครื่องยนต์โดยตรง หากคุณปรับแอร์ให้เย็นจัดตลอดเวลาจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักและฉุดกำลังเครื่องยนต์ให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 10 - 20% เลยทีเดียว และบ่อยครั้งที่ปัญหาแอร์รถไม่เย็นอาจไม่ได้เกิดจากการปรับอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากระบบภายในที่เริ่มมีปัญหาด้วย
หากคุณพบอาการนี้แนะนำให้รีบมองหาร้านล้างแอร์รถยนต์ที่ได้มาตรฐานเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรก หรือหากเป็นผู้ใช้รถเฉพาะแบรนด์ การส่งรถเข้าเช็กเพื่อซ่อมแอร์ Honda กับช่างที่ชำนาญการจะช่วยให้ระบบกลับมาเย็นฉ่ำและทำงานได้เบาแรงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันในทุกทริปได้จริงครับ
หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าการขับรถกระชากก็มีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันด้วยเช่นกัน เพราะการขับรถกระชากด้วยการเหยียบคันเร่งแรงๆ ทันที จะทำให้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงสั่งฉีดน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณมหาศาลเพื่อสร้างแรงบิดให้ทันใจผู้ขับขี่ ซึ่งน้ำมันส่วนเกินเหล่านี้จะถูกเผาไหม้ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ แนะนำให้ลองออกตัวช้าๆ อย่างนุ่มนวลเพื่อลดการฉีดน้ำมันส่วนเกินจะดีที่สุด
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการไม่ขับจี้รถคันหน้ามากเกินไป เพราะเมื่อคุณขับจี้รถคันหน้าและต้องเหยียบเบรกอยู่บ่อยๆ ทำให้แรงเฉื่อยของรถหายไปและต้องกดคันเร่งส่งใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อรักษาระยะห่าง แนะนำให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าประมาณ 2 ช่วงตัวรถ (ประมาณ 3 - 4 วินาที) เพื่อให้คุณมีพื้นที่มากพอที่จะถอนคันเร่งและชะลอความเร็วแทนการแตะเบรกบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยรักษาโมเมนตัมของรถให้ไหลลื่นและประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าเดิม
สุดท้ายนี้ การเลือกใช้อะไหล่ที่มีมาตรฐานก็มีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมันอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง เพราะระบบเบรกที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยลดแรงเสียดทานที่ไม่จำเป็นขณะขับขี่ การเลือกแบรนด์ที่ทั่วโลกยอมรับอย่าง จานเบรก Brembo ที่โดดเด่นเรื่องการระบายความร้อน หรือ จานเบรก TRW ที่มีความทนทานสูงและได้มาตรฐาน OEM จะช่วยให้ล้อหมุนได้อย่างอิสระ ไม่มีอาการเบรกติดขัดมาฉุดกำลังเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและกินน้ำมันมากขึ้นด้วย
หากคุณต้องการเหยียบคันเร่งโดยไม่กินน้ํามันมากนัก เราแนะนำให้ฝึกเลี้ยงคันเร่งให้นิ่งและลองออกตัวอย่างนุ่มนวล โดยเริ่มจากกดคันเร่งให้ความเร็วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ระบบสั่งฉีดน้ำมันเพิ่มเพื่อสร้างแรงบิด เมื่อถึงความเร็วที่ต้องการประมาณ 80 - 90 กม./ชม. พยายามรักษาฝีเท้าให้คงที่และเตรียมยกเท้าล่วงหน้าเพื่อชะลอความเร็วแทนการเบรกกะทันหัน ซึ่งจะช่วยให้ระบบตัดการจ่ายน้ำมันทำงานในขณะที่รถยังมีแรงเฉื่อย ผลที่ได้คือรถยังคงขับต่อไปได้ในระยะที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงประหยัดน้ำมัน
สำหรับการขับทางไกลนั้น แนะนำให้รักษาความเร็วคงที่ในช่วง 80 - 90 กม./ชม. โดยเลือกใช้ระบบ Cruise Control เพื่อช่วยควบคุมการจ่ายน้ำมันให้คงที่ รวมถึงหมั่นสังเกตเส้นทางข้างหน้าเพื่อเตรียมยกเท้าออกจากคันเร่งแทนการแตะเบรกกะทันหัน ซึ่งจะช่วยรักษาแรงเฉื่อยของรถไม่ให้สูญเปล่า ทั้งนี้ควรตรวจเช็กความดันลมยางให้เหมาะสมก่อนออกเดินทาง เพื่อลดแรงต้านและภาระของเครื่องยนต์ตลอดทริปด้วย
อุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมันที่ขายตามเน็ตโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้ผลชัดเจนตามที่โฆษณาไว้ เพราะวิศวกรผู้ผลิตรถยนต์ได้ออกแบบและปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีที่สุดมาตั้งแต่โรงงานอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้น้ำยาล้างหัวฉีดที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการติดตั้งกล่องจูนและอุปกรณ์เสริมที่ไม่ผ่านการรับรอง อาจส่งผลเสียต่อระบบเซนเซอร์และกล่อง ECU ในระยะยาวจนทำให้ค่าการจ่ายน้ำมันผิดเพี้ยนไป
หากคุณต้องการประหยัดน้ำมันในระยะยาว แนะนำให้นำรถเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการรถยนต์เพื่อดูแลความสมบูรณ์ของหัวเทียน ไส้กรองอากาศ และเซนเซอร์ควบคุมการจ่ายน้ำมัน เป็นคำตอบที่คุ้มค่ากว่าการเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ