เครื่องหมายแอร์รถยนต์ บอกอะไรบ้าง? รวมสัญลักษณ์แอร์ในรถที่มือใหม่ต้องรู้

เครื่องหมายแอร์รถยนต์

เครื่องหมายแอร์รถยนต์ บอกอะไรบ้าง? รวมสัญลักษณ์แอร์ในรถที่มือใหม่ต้องรู้

เคยสงสัยไหมครับว่า เครื่องหมายแอร์รถยนต์หมายถึงอะไรบ้าง? มือใหม่หลายคนมักเจอปัญหาเปิดแอร์แล้วมีแต่ลมร้อนออกมา หรือขับ ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีกลิ่นเหม็นอับ ควันรถ และฝุ่นจากข้างนอกเข้ามาในห้องโดยสาร เพียงเพราะเราเผลอไปกดปุ่มผิดโดยไม่ตั้งใจ หลายคนอาจรู้แค่ว่าปุ่ม A C แอร์ คืออะไร แต่ไม่รู้จักปุ่มอื่นแล้ว ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ในรถยนต์แอร์กันว่า แต่ละปุ่มใช้งานอย่างไร เพื่อให้คุณปรับแอร์ได้เย็นฉ่ำ สดชื่น แถมยังช่วยถนอมระบบแอร์ให้ใช้งานได้นานขึ้น

เครื่องหมายแอร์รถยนต์หลักที่พบได้ในรถทุกรุ่น มีอะไรบ้าง?

แม้ว่าดีไซน์คอนโซลหน้ารถของแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันไปตามยุคสมัย ต่อให้เป็นสัญลักษณ์แอร์รถยนต์ฮอนด้า โตโยต้า หรือค่ายยุโรปจะแตกต่างกันก็ตาม แต่ระบบทำความเย็นพื้นฐานจะอิงตามหลักสากลเหมือนกันทั้งหมดครับ หากคุณทำความเข้าใจความหมายและหน้าที่ของปุ่มควบคุมหลักๆ เหล่านี้ได้ ก็จะช่วยให้คุณปรับอุณหภูมิและทิศทางลมได้อย่างที่ควรจะเป็น ป้องกันปัญหาแอร์ไม่เย็น ลมแอร์มีกลิ่นอับ และช่วยประหยัดน้ำมันได้ในระยะยาวอีกด้วยครับ

1. ปุ่ม A/C (Air Conditioning)

  • สัญลักษณ์: ตัวอักษร A/C
  • หน้าที่: ตัด-ต่อการทำงานของสวิตช์หน้าคลัตช์คอมเพรสเซอร์แอร์ เพื่อสั่งการให้ระบบอัดฉีดน้ำยาแอร์ทำความเย็น
  • การใช้งาน: ส่วนใหญ่เปิดเอาไว้เมื่อต้องการลมเย็นฉ่ำ หากกดปิดระบบจะจ่ายเพียงลมพัดธรรมดาออกมา เหมาะสำหรับเปิดในช่วงอุณหภูมิภายนอกเย็นจัด หรือใช้ร่วมกับเทคนิคเป่าลมไล่ความชื้นค้างตู้เพื่อถนอมแผงคอยล์เย็น

2. ปุ่มระบบอากาศหมุนเวียน (Recirculated Air)

  • สัญลักษณ์: รูปรถที่มีลูกศรวนอยู่ภายในห้องโดยสาร
  • หน้าที่: สั่งลิ้นดักอากาศให้ปิดช่องรับลมภายนอก เพื่อเอามวลอากาศภายในห้องโดยสารกลับเข้าสู่แผงคอยล์เย็นเพื่อทำความเย็นซ้ำอีกครั้ง
  • การใช้งาน: เปิดใช้งานไว้ตลอดเวลาขับขี่ปกติในไทย เพื่อไม่ให้ตู้แอร์ทำงานหนักเกินไป รวมถึงป้องกันกลิ่นควันไอเสีย ฝุ่น PM2.5 และสิ่งสกปรกภายนอกหลุดเข้าไปอุดตันตู้แอร์

3. ปุ่มรับอากาศภายนอก (Fresh Air Mode)

  • สัญลักษณ์: รูปรถที่มีลูกศรชี้จากนอกตัวรถพุ่งเข้าสู่ห้องโดยสาร
  • หน้าที่: สั่งเปิดลิ้นช่องลมบริเวณโคนกระจกหน้า เพื่อดึงมวลอากาศจากภายนอกเข้ามาภายในห้องโดยสาร
  • การใช้งาน: ใช้เฉพาะตอนวิ่งต่างจังหวัดที่มีอากาศบริสุทธิ์ หรือต้องการระบายมวลอากาศอับชื้น-คาร์บอนไดออกไซด์ออกระหว่างเดินทางไกล ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ขณะขับในเมืองเพราะจะทำให้ฝุ่นละอองและคราบเมือกภายนอกเข้าไปเกาะคอยล์เย็นจนตู้แอร์ตันไวขึ้น

4. ปุ่มปรับระดับความเร็วพัดลม (Blower Speed Control)

  • สัญลักษณ์: รูปใบพัดลม หรือสวิตช์หมุนระดับ OFF / 1, 2, 3, 4 หรือปุ่มกด + / -
  • หน้าที่: ปรับความเร็วรอบหมุนของมอเตอร์พัดลมโบลเวอร์ เพื่อควบคุมแรงลมที่พัดผ่านแผงคอยล์เย็นออกทางช่องแอร์
  • การใช้งาน: ปรับระดับแรงลมตามความต้องการ หากเร่งแอร์ช่วงขึ้นรถร้อน ๆ แนะนำให้เร่งพัดลมช่วยระบายความร้อนสะสมก่อน เมื่อความเย็นเริ่มได้ที่ค่อยเบาลงมา เพื่อไม่ให้พัดลมทำงานหนักและลดเสียงลมปะทะ

5. ปุ่มปรับทิศทางลม (Air Flow Direction Mode)

  • สัญลักษณ์: รูปคนนั่งคู่กับลูกศรชี้ทิศทาง (ชี้เป่าหน้า / เป่าหน้าและเท้า / เป่าลงพื้นเท้า)
  • หน้าที่: สั่งงานมอเตอร์ปรับบานสไลด์บังคับทิศทางลม เพื่อกระจายมวลลมเย็นไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ของห้องโดยสาร
  • การใช้งาน: หากขับขี่ทั่วไปให้เลือกโหมดเป่าหน้าเป็นหลัก หากวันไหนจอดรถตากแดดจนพื้นพรมร้อน ให้เลือกโหมดเป่าหน้าและลงเท้าเพื่อไล่ความร้อนสะสมตรงพื้นรถ

6. ปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้า (Front Defrost)

  • สัญลักษณ์: รูปสี่เหลี่ยมคางหมูโค้งที่มีเส้นลูกศรระลอกคลื่นพุ่งขึ้น พร้อมตัวอักษร FRONT หรือสัญลักษณ์กระจกหน้าโค้ง
  • หน้าที่: สั่งมอเตอร์ปรับบานสไลด์เบี่ยงทิศทางลมขึ้นกระจกหน้า เร่งความแรงพัดลมโบลเวอร์ สั่งคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานเพื่อดูดความชื้น และสั่งเปิดช่องรับอากาศภายนอกโดยอัตโนมัติ เพื่อปรับอุณหภูมิกระจกด้านในและด้านนอกให้เท่ากัน
  • การใช้งาน: กดใช้ก็ต่อเมื่อมีฝ้าเกาะกระจกหน้าตอนฝนตกหรืออากาศภายนอกเย็นจัดจนบดบังทัศนวิสัย หลังจากกระจกไม่มีฝ้าแล้ว ให้กดปิดทันทีเพื่อให้ระบบหมุนเวียนอากาศทำงานตามปกติ

7. ปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง (Rear Defrost)

  • สัญลักษณ์: รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเส้นลูกศรระลอกคลื่นพุ่งขึ้น พร้อมตัวอักษร REAR หรือสัญลักษณ์กระจกหลังทรงเหลี่ยม
  • หน้าที่: จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังเส้นลวดความร้อนที่ฝังอยู่บนบานกระจกหลัง เพื่อสร้างความร้อนละลายหยดน้ำและละอองฝ้าที่เกาะอยู่นอก-ในกระจก
  • การใช้งาน: กดใช้เฉพาะตอนที่มีฝ้าหรือหยดน้ำเกาะกระจกบานหลัง เมื่อกระจกเริ่มใส มองเห็นทางชัดเจนแล้วให้รีบกดปิดทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสะสมสูงจนฟิล์มกรองแสงบวมพองและแตกร้าว

เทคนิคการใช้สัญลักษณ์ปุ่มแอร์รถยนต์อย่างไร ไม่ให้ตู้แอร์เหม็นอับและอุดตัน

ต่อให้เราเข้าใจความหมายของปุ่มต่าง ๆ บนคอนโซลดีแค่ไหน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตู้แอร์เหม็นอับ อุดตันไว ก็คือพฤติกรรมการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนมองข้าม ผมจึงจะมาแนะนำเทคนิคการใช้เครื่องหมายแอร์รถยนต์และการดูแลระบบแอร์ที่ถูกต้องให้ทุกท่านลองไปปรับใช้กันดูครับ

1. เช็กโหมด Fresh Air อยู่เสมอ

หลายคนอาจเผลอเปิดปุ่มรับอากาศภายนอกทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากกดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้าแล้วระบบไม่ได้สลับกลับมาโหมดอากาศหมุนเวียนให้อัตโนมัติ ผลคือฝุ่น ควัน ไอเสีย และคราบน้ำมันบนถนนถูกดูดเข้ามาเกาะแผงคอยล์เย็นจนกลายเป็นคราบเมือกอุดตัน แม้จะเปลี่ยนไส้กรองแอร์รถยนต์ตามระยะแล้วก็ตาม ก็ยังได้กลิ่นอับเล็ดลอดออกมาอยู่ดีครับ

2. เป่าลมไล่ความชื้นก่อนดับเครื่อง

ก่อนถึงที่หมายประมาณ 2-3 นาที ให้กดปิดปุ่ม A/C เพื่อตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ แล้วเร่งพัดลมโบลเวอร์ให้แรงขึ้น ลมธรรมดาจะช่วยเป่าละอองน้ำและความชื้นบนแผงคอยล์เย็นให้แห้งสนิท ช่วยลดการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นอับ

3. ปรับอุณหภูมิตามความเร็วพัดลม

ไม่ควรตั้งอุณหภูมิให้เย็นจัดจนถึงประมาณ 18-21°C เพราะอาจทำให้ความเย็นสะสมอยู่ที่แผงคอยล์เย็นมากเกินไป จนน้ำเกาะเป็นเกล็ดน้ำแข็งและเกิดความชื้นสะสม ผมแนะนำให้เปิดพัดลมไว้ที่ระดับ 1 ตลอดเวลา แล้วค่อยปรับเพิ่มระดับพัดลมเป็นเบอร์ 2 หรือ 3 ให้สัมพันธ์กับความเย็นที่ต้องการ เพื่อให้พัดลมระบายมวลลมเย็นออกจากตู้แอร์ ป้องกันน้ำแข็งเกาะแผงคอยล์ และลดความชื้นภายในตู้แอร์

4. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมและเจลปรับอากาศในรถ

น้ำหอมหรือเจลปรับอากาศมีส่วนผสมของไอระเหยและน้ำมันหอมระเหย เมื่อระเหยวนอยู่ในระบบแอร์ จะไปจับตัวกับละอองน้ำและความชื้นบนแผงคอยล์เย็น กลายเป็นคราบเมือกเหนียวสะสมตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตู้แอร์อุดตัน เกิดกลิ่นเหม็นอับรุนแรง จนกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

5. ระบายความร้อนสะสมก่อนเปิดแอร์ หลังจากจอดตากแดดมานาน

หากจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานานจนภายในห้องโดยสารร้อน ผมไม่แนะนำให้เปิดแอร์เร่งความเย็นทันทีที่ขึ้นรถ แนะนำให้เปิดกระจกทุกบานเพื่อไล่ความร้อนสะสมออกไปก่อนประมาณ 1-2 นาที แล้วค่อยปิดกระจกเปิดแอร์ วิธีนี้จะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และลดการเกิดไอน้ำควบแน่นปริมาณมากในตู้แอร์ได้ดีทีเดียว

6. เลือกบริการล้างแอร์ที่ได้มาตรฐาน

หากแอร์เริ่มมีกลิ่นอับหรือลมแอร์พัดเบากว่าปกติ แสดงว่าตู้แอร์อุดตันหนักเกินกว่าจะแก้ด้วยการเป่าลมแล้ว ผมแนะนำให้เอารถเข้าตรวจเช็กทันทีครับ ทั้งนี้ควรเลือกศูนย์หรือร้านข้างนอกที่มีช่างล้างแอร์รถยนต์มืออาชีพจะดีที่สุดครับ เนื่องจากชุดตู้แอร์ของรถรุ่นใหม่ซ่อนอยู่ใต้คอนโซลที่ใกล้กับกล่องสายไฟและระบบถุงลมนิรภัย หากใช้บริการกับช่างที่ไม่ชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะอาจเกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและระบบความปลอดภัยในตัวรถได้ง่าย ๆ เลยครับ

แอร์ไม่เย็น มีกลิ่นอับ ทั้งที่ปรับปุ่มถูกต้องแล้ว เกิดจากอะไร?

หากคุณกดปุ่ม A/C และสลับมาใช้โหมดอากาศหมุนเวียนภายในแล้ว แต่สิ่งที่ออกมาจากช่องแอร์ยังคงมีเพียงลมไออุ่นๆ หรือมีกลิ่นอับชื้นชวนปวดหัว แสดงว่าต้นตอไม่ได้เกิดจากปุ่มกด แต่เกิดจากความผิดปกติภายในระบบทำความเย็น ทั้งคราบเมือกและฝุ่นสะสมจนแผงคอยล์เย็นอุดตัน เชื้อราสะสมในตู้แอร์ เกิดจุดรั่วซึมจนแรงดันน้ำยาแอร์ตก หรือในบางกรณีอาจมีความผิดปกติที่ระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ควบคุมจนไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับตั้งค่าบนหน้าไมล์อีกต่อไป จำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กและแก้ไขที่ตัวตู้แอร์เท่านั้น

สำหรับใครที่เจอปัญหาเหล่านี้ อย่าเพิ่งถอดรื้อคอนโซลหน้าออกมานะครับ เพราะนอกจากจะยุ่งยากทั้งตอนถอดและประกอบแล้ว ยังเสี่ยงเกิดปัญหากับระบบอื่น ๆ ในรถด้วย ในปัจจุบันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น นั่นคือการล้างแอร์แบบส่องกล้องที่สอดสายเข้าไปทำความสะอาดคราบเมือกและเชื้อราภายในตู้แอร์ได้โดยตรง ช่วยคืนลมเย็นและอากาศสะอาดได้ตรงจุด ทั้งนี้ ถ้าใครกำลังมองหาร้านล้างแอร์รถยนต์ที่ได้มาตรฐานแถวศรีนครินทร์ หรืออยู่ละแวกใกล้เคียง ลองนำรถเข้ามาให้ช่างที่ PIT&GO Autoservice ตรวจเช็กตู้แอร์ดูก่อนได้นะครับ


สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ถ้าคุณทำความเข้าใจเครื่องหมายแอร์รถยนต์แต่ละปุ่มในรถและปรับพฤติกรรมการใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากจะนั่งรับลมแอร์เย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นอับมากวนใจแล้ว ยังช่วยดูแลระบบแอร์ทั้งระบบให้อยู่กับคุณได้นานขึ้นด้วย หากคุณดูแลส่วนนี้ดี ก็ลืมเรื่องค่าซ่อมก้อนใหญ่ไปได้เลยครับ

หากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบแอร์รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ไม่เย็น ลมพัดเบา มีกลิ่นอับคั่งค้าง หรืออยากตรวจเช็กและล้างตู้แอร์ให้กลับมาเย็นฉ่ำอีกครั้ง แนะนำให้นำรถเข้ามาให้ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญดูแลได้ที่ PIT&GO Autoservice ศรีนครินทร์ ก่อนได้ครับ เราเป็นศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก DENSO Thailand ในฐานะพันธมิตรร่วมกันยาวนานกว่า 40 ปี การันตีด้วยทีมช่างประสบการณ์สูงกว่า 10 ปีที่เชี่ยวชาญระบบแอร์รถยนต์ทุกประเภท ทั้งรถญี่ปุ่น รถยุโรป และรถ EV พร้อมเลือกใช้อะไหล่แท้หรือ OEM คุณภาพสูง ซ่อมเสร็จไวภายใน 1 วัน และมีรับประกันหลังการซ่อม ต่อให้เจอปัญหา Yaris ตู้แอร์รั่ว BMW แอร์ไม่เย็น และอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้