คอมเพรสเซอร์รถยนต์คืออะไร มีกี่แบบ คอมแอร์รถเสียงดังดูยังไง

ส่วนประกอบคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์

เคยสังเกตไหมครับว่า ช่วงออกรถมาใหม่ ๆ พอขึ้นรถมาแล้วเปิดแอร์ก็เย็นอยู่หรอก แต่พอใช้งานไปเรื่อย นานวันเข้าก็เริ่มมีอาการแอร์รถไม่เย็น หรือบางทีก็มีเสียงแอร์รถดังชวนให้หงุดหงิดสุด ๆ อาการเหล่านี้กำลังบอกคุณว่าคอมเพรสเซอร์รถยนต์มีปัญหาแน่นอน ในฐานะช่างที่คลุกคลีกับระบบแอร์มานาน ผมจะขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับชิ้นส่วนดังกล่าว พร้อมแนะนำวิธีสังเกตสัญญาณเตือนด้วยตัวเองก่อนที่ค่าซ่อมจะบานปลาย

คอมเพรสเซอร์รถยนต์ คืออะไร?

คอมเพรสเซอร์รถยนต์ คือ ชิ้นส่วนสำคัญที่เป็นส่วนประกอบในระบบแอร์รถยนต์ ทำหน้าที่คอยดูดน้ำยาแอร์เข้ามาและบีบอัดให้มีความดันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้น้ำยาแอร์ร้อนขึ้นและส่งไประบายความร้อนที่คอยล์ด้านหน้ารถ โดยตัวคอมเพรสเซอร์จะหมุนทำงานโดยอาศัยแรงส่งจากสายพานหน้าเครื่องยนต์ ทำให้เกิดการหมุนเวียนน้ำยาแอร์ไปดึงความร้อนออกจากห้องโดยสาร แล้วเปลี่ยนเป็นลมเย็นเป่าออกมาในห้องโดยสาร

คอมเพรสเซอร์รถยนต์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

1. คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ (Reciprocating Type)

เป็นคอมเพรสเซอร์แบบดั้งเดิมที่ทำงานตรงไปตรงมาเหมือนเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ใช้แค่การหมุนเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ขึ้น-ลงในแนวดิ่งเพื่อดูดและอัดน้ำยาแอร์ ข้อดีของคอมเพรสเซอร์แบบนี้คือทนทานมาก ให้แรงดันอัดที่หนักแน่นและสร้างความเย็นได้ไว แต่ข้อเสียคือมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก เวลาทำงานจะกินกำลังเครื่องยนต์พอสมควร แถมยังเกิดเสียงดังและสร้างแรงสั่นสะเทือนที่สูงด้วย ปัจจุบันไม่ค่อยพบในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ แล้ว แต่ยังพอมีใช้งานอยู่ในรถบรรทุก รถบัส หรือรถรุ่นเก่า

2. คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลท (Swash Plate Type)

เป็นโครงสร้างแบบลูกสูบยุคใหม่ที่นิยมใช้แพร่หลายที่สุดในรถยนต์ปัจจุบัน ทั้งรถญี่ปุ่นและรถยุโรปโดยเปลี่ยนจากการวางลูกสูบในแนวดิ่งที่ใช้เพลาข้อเหวี่ยงดันขึ้น-ลงแบบรุ่นเก่า มาเป็นการจัดวางลูกสูบหลายๆ ลูกเรียงตัวขนานไปรอบๆ เพลาขับแทน แล้วใช้จานเอียงดันให้ลูกสูบแต่ละลูกทยอยขยับอัดน้ำยาแอร์สลับกันไป จุดเด่นคือทำงานได้ไหลรื่นกว่า สั่นน้อยกว่า และกินกำลังเครื่องยนต์น้อยกว่า ที่สำคัญคือคอมเพรสเซอร์สวอชเพลทยุคใหม่ยังเป็นแบบปรับขนาดความจุได้ จึงลดหรือเพิ่มระยะอัดของลูกสูบตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ได้โดยไม่ต้องตัด-ต่อคลัตช์บ่อย ๆ ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบและประหยัดน้ำมันขึ้นมาก

3. คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Type)

เป็นระบบอัดน้ำยาแอร์ที่ไม่ใช้ลูกสูบ แต่เปลี่ยนไปใช้กลไกการหมุนรอบตัวเองแทน โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบย่อยหลักๆ ได้แก่ แบบใบพัดกวาดที่ใช้โรเตอร์หมุนสลัดใบพัดเพื่อดูดอัดน้ำยา และแบบสโครลที่ใช้แผ่นหอยโข่งประกบกันหมุนวนเพื่ออัดน้ำยา จุดเด่นของแบบโรตารี่คือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเคลื่อนที่น้อย เสียงเงียบสนิท และทำงานได้นุ่มจนแทบไม่มีแรงสั่นสะเทือน จึงนิยมใช้ในรถยนต์ Eco Car, รถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้คอมแอร์แบบไฟฟ้า

ส่วนประกอบคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์ มีอะไรบ้าง?

1. เสื้อคอมเพรสเซอร์ (Housing)

เป็นโครงเหล็กหรืออลูมิเนียมภายนอกที่คอยปกป้องชิ้นส่วนภายในทั้งหมด พร้อมทั้งรับแรงดันมหาศาลจากการอัดน้ำยาแอร์และป้องกันไม่ให้รั่วซึมออกสู่ภายนอก

2. พูลเลย์และชุดคลัตช์แม่เหล็ก (Pulley & Magnetic Clutch Assembly)

เป็นชิ้นส่วนหน้าเครื่องที่รับแรงหมุนมาจากสายพาน โดยมีหน้าคลัตช์แม่เหล็กไฟฟ้าทำหน้าที่ตัดหรือต่อการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามคำสั่งของระบบปรับอากาศ

3. เพลาขับ (Drive Shaft)

เป็นแกนหมุนหลักภายในคอมเพรสเซอร์ที่ส่งผ่านแรงหมุนจากพูลเลย์หน้าเครื่อง เข้าไปหมุนกลไกการอัดด้านในอย่างลูกสูบหรือโรเตอร์ให้เริ่มทำงาน

4. ลูกสูบและจานเอียง (Piston & Swash Plate)

ถือเป็นกลไกหลักสำหรับอัดน้ำยาแอร์ในระบบลูกสูบ โดยจานเอียงจะหมุนเพื่อดันให้ลูกสูบขยับเข้า-ออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูดและเพิ่มแรงดันแก๊สน้ำยาแอร์ให้สูงขึ้น

5. ลิ้นปีกผีเสื้อแผ่นลิ้น (Valve Plate & Reed Valves)

เป็นแผ่นวาล์วที่คอยเปิด-ปิดควบคุมทิศทางไหลของน้ำยาแอร์ ทำหน้าที่กั้นแยกฝั่งทางดูดแรงดันต่ำและฝั่งทางอัดแรงดันสูงไม่ให้ย้อนกลับหากัน

6. ซีลคอคอมเพรสเซอร์ (Shaft Seal)

เป็นยางซีลกันรั่วที่ติดตั้งอยู่บริเวณปลายเพลาขับ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำยาแอร์และน้ำมันคอมเพรสเซอร์รั่วซึมออกมาตามขอบเพลาขณะหมุน

การทํางานของคอมแอร์รถยนต์เป็นอย่างไร?

ตามข้อมูลมาตรฐานระบบปรับอากาศยานยนต์ (Automotive HVAC System) ได้อธิบายขั้นตอนการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์เอาไว้ออกเป็น 4 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีบทบาทในการควบคุมแรงดัน อุณหภูมิ และสถานะของสารทำความเย็น ดังนี้

  • ดูดสารทำความเย็นสถานะแก๊ส: คอมเพรสเซอร์จะรับแรงหมุนมาจากสายพานหน้าเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้าในรถ EV จากนั้นจะดูดน้ำยาแอร์ที่มีสถานะเป็นแก๊ส แรงดันต่ำ และอุณหภูมิเย็น โดยดึงความร้อนมาจากภายในห้องโดยสารผ่านทางคอยล์เย็นเข้ามายังตัวคอมเพรสเซอร์
  • อัดเพิ่มแรงดันและอุณหภูมิ: พอแก๊สน้ำยาแอร์เข้ามาภายในห้องอัด คอมเพรสเซอร์จะบีบอัดแก๊สให้มีโมเลกุลชิดกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แก๊สน้ำยาแอร์มีความดันสูงขึ้นอย่างมหาศาลและมีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วยจนกลายเป็นแก๊สร้อนแรงดันสูง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะส่งไปคายความร้อนทิ้ง
  • ส่งต่อไปยังคอยล์ร้อน: คอมเพรสเซอร์จะฉีดดันแก๊สน้ำยาแอร์ที่มีแรงดันและอุณหภูมิสูงออกไปตามท่อแอร์ แล้วส่งไปยังคอยล์ร้อนที่ติดตั้งอยู่หน้ารถ เพื่อให้พัดลมหม้อน้ำระบายความร้อนออกและควบแน่นเปลี่ยนสถานะจากแก๊สให้กลายเป็นของเหลวแรงดันสูง ก่อนจะส่งไปฉีดเป็นฝอยละอองที่วาล์วแอร์ต่อ
  • หมุนเวียนน้ำยาแอร์อย่างต่อเนื่อง: ตราบใดที่เราเปิดแอร์และเครื่องยนต์ยังทำงาน คอมเพรสเซอร์ก็จะยังอัดและหมุนเวียนน้ำยาแอร์ให้ไหลผ่านระบบแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อดึงความร้อนจากในห้องโดยสารออกไปปล่อยทิ้งด้านนอก แล้วนำลมเย็นกลับเข้ามาในห้องโดยสาร

รวมสัญญาณเตือนว่าคอมแอร์มีปัญหา ต้องแก้ด่วน!

จากประสบการณ์ซ่อมรถลูกค้ามานับไม่ถ้วน ผมกล้าพูดเลยว่า คอมแอร์ไม่มีทางวูบไปเฉย ๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแน่นอนครับ ก่อนมันจะล็อกตายแล้วลากชิ้นส่วนอื่นพังตาม ๆ กันไปด้วย มักจะมีสัญญาณเตือนบอกเราล่วงหน้าเสมอ สำหรับอาการหลัก ๆ ที่เจอได้บ่อยมีดังนี้

  • แอร์ไม่เย็นหรือเย็นแค่ตอนรถวิ่ง: พอจอดรถติดไฟแดง แอร์จะเป่าลมร้อนเข้ามา แต่พอแตะคันเร่งออกตัววิ่ง รถถึงจะกลับมาเย็น สัญญาณนี้เกิดจากกำลังอัดคอมแอร์เริ่มตกหรือน้ำยาแอร์รั่วซึมจนแรงดันตก
  • เครื่องยนต์สั่นหรือฉุดกำลัง: เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงานแล้วรถกระตุก รอบเครื่องตกรุนแรง หรือเครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นจนรู้สึกได้ มักเกิดจากแกนคอมเพรสเซอร์เริ่มฝืดจนกินแรงเครื่องยนต์เกินมาตรฐาน
  • คอมแอร์รถเสียงดังผิดปกติ: เวลากดปุ่ม A/C ทำงานแล้วเสียงแอร์รถดังหอนวี้ด ๆ เสียงแต๊ก ๆ หรือเสียงครืด ๆ ดังออกมาจากห้องเครื่องยนต์ ตรงนี้มักเกิดจากลูกปืนพูลเลย์แตก ชิ้นส่วนภายในสึกหรอ หรือเกิดจากคลัชคอมแอร์เสียที่ทำให้หน้าคลัตช์จับไม่อยู่และลื่นจนส่งเสียงดังรบกวน
  • แอร์ตัดบ่อยผิดปกติ หรือไม่ตัดเลย: เวลาเซนเซอร์ควบคุมแรงดัน หรือระบบการปรับกำลังอัดภายในตัวคอมเพรสเซอร์มีปัญหา ระบบปรับอากาศจะทำงานสวิงไปมา หรือคอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลาโดยไม่ยอมตัดการทำงาน
  • มีคราบน้ำมันเกาะเยิ้มตรงตัวคอมแอร์: หลายคนมักจะเจออาการนี้ตอนนำรถเข้าร้านล้างแอร์รถยนต์พอช่างก้มเช็กใต้ห้องเครื่องให้แล้วพบคราบน้ำมันคอมเพรสเซอร์รั่วซึมออกมาตามรอยต่อ ซีลคอคอมแอร์ หรือสายท่อแอร์ แสดงว่าระบบปิดรั่วแล้ว และนี่เองที่ทำให้น้ำมันหล่อลื่นภายในแห้งและคอมเพรสเซอร์พังตามมาได้ถ้าไม่รีบแก้

หากรถของคุณเริ่มมีอาการเตือนตามข้างต้น ต่อให้เจอแค่ครั้งเดียวก็อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เพราะถ้าปล่อยไว้นานรับรองว่าค่าซ่อมบานปลายแน่นอน นำรถเข้ามาให้เราช่วยดูแลได้เลย PIT&GO Autoservice Srinakarin เราคือศูนย์บริการร้านซ่อมแอร์รถยนต์ที่เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศรถยนต์โดยเฉพาะ เรามีทีมช่างมากประสบการณ์พร้อมวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญเราเป็น Official Partner ร่วมกับ DENSO แบรนด์ระบบแอร์ยานยนต์ระดับโลก ดังนั้นคอมแอร์ Denso ที่เราใช้จึงเป็นอะไหล่แท้มาตรฐานเท่านั้น คุณจึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่าคุ้มราคา เพื่อให้ระบบแอร์ในห้องโดยสารกลับมาเย็นฉ่ำเหมือนเพิ่งออกรถใหม่

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการใกล้บ้านคุณได้แล้ววันนี้

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้